หากคุณได้ดูหนัง sci-fi / action / thriller ที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับ “จักรวาลคู่ขนาน” แล้ว หรือเคยดูซีรีส์เกาหลีสืบสวนสวบสวนที่แอบอบอวลความโรแมนติกกับ “โลกคู่ขนาน” อย่างเรื่อง The King: Eternal Monarch บน Netflix กันมาบ้างแล้ว หรืออาจจชอบหนังย้อนเวลาไปจีบคนรักใหม่อีกครั้งอย่าง About Time ก็น่าจะไม่ยากที่จะลองข้ามมาดูหนังรักของฝรั่งเศส Love at Second Sight (ชื่อฝรั่งเศส ‘Mon inconnue’) เรื่องนี้
สำหรับเรา Love at Second Sight ก็มีจุดเริ่มต้นของพล็อตไอเดียคล้าย ๆ กับเรื่องต่าง ๆ ที่กล่าวไปข้างต้น แต่เน้นความรักเป็นหลักและคละเคล้าด้วยความฝันที่จะเป็นศิลปินตะกายดาวของหนุ่มสาว คล้าย ๆ กับหนังเกือบแชมป์ออสการ์เรื่อง La La Land

Love at Second Sight เล่าเรื่องของคู่รักที่ตกหลุมรักกันตั้งแต่เจอกันครั้งแรกสมัยไฮสคูล Raphaël Ramisse (François Civil) และ Olivia Marigny (Joséphine Japy) ฝ่ายชายฝันอยากเป็นนักเขียนนิยาย ส่วนฝ่ายหญิงฝันอยากเป็นนักเปียโน แรก ๆ ต่างฝ่ายต่างก็ช่วยซัพพอร์ตความฝันของกันและกัน เช่น Raphaël ซื้อเปียโนให้และไปให้กำลังใจ Olivia ในทุกการแข่งขัน ในขณะที่ Olivia ก็คอยช่วยอ่านและวิจารณ์ต้นฉบับของ Raphaël จนถึงกระทั่งแอบเอาต้นฉบับไปส่งให้สำนักพิมพ์ จน Raphaël กลายเป็นนักเขียนชื่อดัง ในขณะที่ Olivia ยังอยู่ที่เดิม
นิยายเรื่องนั้นไม่ได้ทำให้ชีวิตด้านความสุขสบายของพวกเขาเปลี่ยนไปเท่านั้น แต่ความสัมพันธ์ ชีวิตคู่ของพวกเขา และอุปนิสัยของ Raphaël ก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน เขายุ่งกับงานเช้าจรดค่ำ หลงระเริงกับชื่อเสียงและเงินทอง ละเลยภรรยาที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอด 10 ปี จนคืนหนึ่งพวกเขาก็ทะเลาะกันรุนแรง และพอตื่นเช้ามา Raphaël ก็พบว่าตัวเองมาอยู่ในอีกโลกหนึ่ง… โลกที่เขาเป็นแค่ครูสอนวรรณกรรมในโรงเรียนมัธยมธรรมดา ๆ แต่ Olivia เป็นนักเปียโนชื่อดัง ที่ไม่รู้จักเขา และกำลังจะแต่งงานกับ Marc (Amaury de Crayencour) ผู้ชายที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างและผลักดันเธอจนประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพที่เธอใฝ่ฝัน… สิ่งที่ Raphaël ในอีกโลกหนึ่งไม่เคยทำให้หรือทำให้เธอไม่ได้… แต่สิ่งที่โลกนี้ยังเหมือนกับโลกเดิมก็คือ Raphaël ยังเป็นเพื่อนซี้กับ Felix (Benjamin Lavernhe) และ Felix ก็คอยช่วยให้ Raphaël จีบ Olivia สำเร็จอีกครั้ง ด้วยหวังว่า Raphaël จะได้กลับไปใช้ชีวิตเดิมของเขาอีกครั้ง

หนังมันทำให้เราตั้งคำถาม… “ถ้าความฝันหรือเป้าหมายเราแตกต่างกัน เราจะวิ่งตามความฝันพร้อมกันและมีความสุขไปด้วยกันไปตลอดรอดฝั่งไม่ได้เลยหรือ?” (พูดง่าย ๆ คือ เราจะ lucky in love พร้อม ๆ กับ lucky in game ไม่ได้หรือ?) / “ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร ถ้าเราไม่ได้เจอคนคนนี้? จะประสบความสำเร็จแบบนี้ หรือจะถูกถ่วงไว้ที่เดิมแบบนี้หรือเปล่า?” (พูดง่าย ๆ คือ ถ้าไม่มีเขา เราจะมีวันนี้ไหม?) / “ในคนละช่วงเวลาและบริบททางสังคม เราจะตกหลุมรักคนคนเดิมได้อยู่หรือไม่?” / และ “อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต?”
ในโลกความเป็นจริง คำตอบของแต่ละคนเกี่ยวกับคำถามข้างต้นอาจจะเหมือนหรือไม่เหมือนกับพระเอก กล่าวคือ ในหนัง ในโลกของพระเอกโลกแรก เขาประสบความสำเร็จได้เพราะ Olivia ช่วยกระตุ้นให้เขามีความมั่นใจที่จะเขียนจนจบ (ไม่นับที่เธอแอบเอาต้นฉบับไปส่งสำนักพิมพ์ให้อีก) สังเกตได้ว่า ตอนที่เขาหลงลืม/ละเลยเธอไปแล้ว เขาไม่สามารถหาตอนจบที่ดีให้ภาคต่อนิยายของเขาได้ และยิ่งในโลกคู่ขนานที่ชีวิตเขาไม่มีเธออยู่เลย ชีวิตของเขาก็ไม่มีอะไรเลย ซึ่งเราก็เข้าใจ และเห็นด้วยว่ามันเป็นไปได้อย่างนั้นจริง ๆ แต่ถึงกระนั้น ในชีวิตจริงของเรา เราไม่จำเป็นต้องเอาความเจริญก้าวหน้าของตัวเองไปผูกไว้กับคนคนกนึ่งเสมอไป มันก็แล้วแต่คน
เช่นเดียวกัน ความคิดความรู้สึกของแต่ละคนที่มีต่อบทสรุปของหนังเรื่องนี้อาจจะแตกต่างกัน โดยส่วนตัว เราก็มีทั้งสิ่งที่อินและไม่อิน (ส่วนใหญ่ค่อนไปทางไม่อิน) มีทั้งสิ่งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เช่น เราก็ไม่อยากให้นางเอกได้แต่งงานกับผู้ชายอีกคนหรอก แต่พระเอกก็ไม่ควรทำหรือพูดเรื่องบางเรื่องในขณะที่นางเอกยังคบกับผู้ชายคนนั้นอยู่ มันเหมือนจงใจไปแย่งแฟนคนอื่น Isn’t it romantic?

ถึงแม้เราจะไม่ได้อินหรือเห็นด้วยกับความโรแมนติกในหนังมากมายอะไร แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่า บรรยากาศของฝรั่งเศสมันบิลด์ให้เราเผลอคล้อยตามอารมณ์ของตัวละครได้ และตัวหนัง Love at Second Sight เองก็เป็นหนังหวาน ๆ ที่มีความกลมกล่อม ไม่เลี่ยน และแฝงความ comedy อย่างลงตัว โดยเฉพาะตัวละคร Felix ซึ่งเป็นเพื่อนของพระเอก เขาขโมยซีนแทบทุกตอนที่เขาปรากฏตัว โดยรวมก็เป็นหนังที่ดูได้เรื่อย ๆ และสร้างแรงบันดาลใจให้เราวิ่งตามความฝันและในขณะเดียวกัน ก็ต้องรักษาความสัมพันธ์ของคนข้าง ๆ ไว้ให้ได้ พร้อมกับตั้งคำถามตามที่เราลิสต์ไว้ข้างต้น โดยเฉพาะคำถามที่ว่า “เราต้องการอะไรกันแน่ในชีวิต?”
คะแนนตามความชอบส่วนตัว 7/10