CODA (มาจากคำว่า Child of Deaf Adults) รีเมคจากหนังฝรั่งเศส La Famille Bélier ที่เราประทับใจเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว เป็นเรื่องของ Ruby Rossi (Emilia Jones จาก Locke & Key) เด็กสาวผู้มีพรสวรรค์ในการร้องเพลง แต่เธอเป็นคนเดียวในครอบครัวที่ได้ยินและพูดได้ พ่อ (Troy Kotsur จาก The Number 23), แม่ (Marlee Matlin นักแสดงหูหนวกคนแรกที่ชนะออสการ์จาก Children of a Lesser God), และพี่ชาย (Daniel Durant จาก You) จึงต้องพึ่งพาเธอ ทั้งด้านการทำมาหากินและการเป็นล่ามในชีวิตประจำวัน โดยหนังเวอร์ชั่นนี้แคสต์นักแสดงที่บกพร่องทางการได้ยินและการพูดมารับบทครอบครัวของนางเอกทั้งหมด
จริง ๆ แล้ว Ruby ไม่เคยฝันใหญ่และไม่กล้าแม้แต่จะร้องเพลงต่อคนสาธารณชน เพราะถูกล้อเรื่องครอบครัวมาแต่เด็ก แต่แล้ววันหนึ่งเธอมาเข้าชมรมร้องประสานเสียงตาม Miles (Ferdia Walsh-Peelo จาก Sing Street) เด็กหนุ่มที่เธอแอบชอบ และอาจารย์ Bernardo “Mr V” Villalobos (Eugenio Derbez จาก Dora and the Lost City of Gold) ก็ได้เห็นความสามารถ เลยอยากดันเธอให้ร้องเพลงคู่กับ Miles ในงานโรงเรียน และติวให้เธอสอบเข้า Berklee College of Music ที่ Boston

โดยหนังเวอร์ชั่นอเมริกัน ยังคงโครงเรื่องหลักและฉากสำคัญไว้ เช่น ฉากที่นางเอกพยายามให้พ่อแม่เข้าใจการร้องเพลงของเธอ เราจึงไม่ค่อยดราม่าฟูมฟายนัก เพราะเคยดูเวอร์ชั่นเก่ามาแล้ว แต่ก็แอบน้ำตาซึมอยู่ดี และเชื่อว่า คนที่ไม่เคยดูมาก่อนจะต้องอินมาก ๆ แน่นอน เพราะมันคือเรื่องของเด็กที่พยายามให้ครอบครัวเข้าใจและสนับสนุนในสิ่งที่เราอยากทำหรืออยากเป็น หนังสอนให้เราสู้เพื่อความฝันและทำอะไรเพื่อตัวเอง ไม่ใช่เอาแต่ทำเพื่อคนรอบข้าง เพราะสุดท้ายชีวิตคือของใครของมัน
หนังมีการดัดแปลงบทเล็กน้อยให้เข้มข้นขึ้น เช่น เดิมสัมมาอาชีพของครอบครัวในเรื่องคือทำฟาร์มและค้าขายในตลาด ซึ่งจะมีปัญหาหลักแค่การสื่อสารกับลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ แต่เวอร์ชั่นใหม่ให้ครอบครัวนี้ทำอาชีพประมงใน Massachusetts ซึ่งจะมี challenge เยอะขึ้น เช่น ไม่ได้ยินเสียงหวอเตือนหรือเสียงวิทยุยามฝั่ง และเดิมนางเอกมีน้องชาย แต่อันนี้ให้มีพี่ชายแทน จึงสามารถใส่ปมให้ตัวละครนี้ได้มากขึ้น เช่น ความน้อยใจที่เกิดมาเป็นพี่ใหญ่แต่น้องเล็กกลับได้เป็นกำลังสำคัญของบ้าน
นอกจากนี้ หนังได้ปรับจุดอ่อนจากต้นฉบับให้แข็งแรงขึ้น เช่น เด็กชายที่นางเอกปิ๊งก็ดูเป็นมนุษย์ขึ้นมาเล็กน้อย และในเวอร์ชั่นนี้พวกเขาเปิดธุรกิจค้าปลาของตัวเองสู้กับพ่อค้าคนกลางและนายทุนจอมเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งทำได้ดีจนถึงปลายทาง ไม่ได้เป็นเหมือนเวอร์ชั่นฝรั่งเศสที่ให้พ่อลงเล่นการเมืองแต่สุดท้ายก็เป็นประเด็นที่ถูกกลืนหายไประหว่างทาง

โดยสรุป CODA ได้รีเมค ปรับเปลี่ยน จากต้นฉบับฝรั่งเศสที่เราว่ามันก็ดีอยู่แล้ว ให้บทดียิ่งขึ้น ช่องโหว่น้อยลง เก็บรายละเอียดเนี้ยบขึ้น รวมถึงการใช้ทีมแคสต์ที่ควรจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกแต่ดันไม่เป็น นั่นก็คือ การแคสต์คนที่พูดไม่ได้และไม่ได้ยินจริง ๆ มาเป็นครอบครัวตัวเอก โดยยังคงจุดแข็งหรือฉากประทับใจไว้อย่างครบถ้วน ดังนั้น CODA จึงเป็นหนังครอบครัว, coming-of-age, และหนังสร้างแรงบันดาลใจ ที่เราแนะนำมาก ๆ ส่งท้ายปี 2021
“If I was blind, would you want to paint?”